วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

Asia-Pacific Robofest,Thailand 2011


Asia-Pacific Robofest,Thailand 2011 เป็นค่ายหุ่นยนต์และการแข่งขันหุ่นยนต์ของหุ่นยนต์ระดับเอเชียแปซิฟิก ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมี รางวัลมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท !


ภายใต้ความร่วมมือระหว่างครูกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนสวยกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ร่วมกับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยมีเทศบาลนครปากเกร็ดร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้วย

การแข่งขันครั้งนี้ จัดขึ้นในระหว่าง 13-15 พฤษภาคม 2554 นี้ ที่ Convention Hall สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 2 ประเภทคือ
  1. ค่ายหุ่นยนต์ Asia-Pacific Robofest เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกอบรมเรื่องการประกอบหุ่นยนต์ด้วยชุดหุ่นยนต์แบบบังคับมือ
  2. การแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ (Robot Competition : International Rule) โดยการแข่งขันไม่จำกัดอุปกรณ์หรือชนิดของหุ่นยนต์ นักเรียนเป็นผู้เตรียมหุ่นยนต์มาเอง มีการแข่งขัน 2 ประเภทคือ
    - หุ่นยนต์อัตโนมัติ มี 2 รายการ คือ หุ่นยนต์ซูโมและหุ่นยนต์วิ่งผลัด
    - หุ่นยนต์บังคับมือ มี 2 รายการ คือ การแข่งขันเก็บของในน้ำและการแข่งขันต่อสู้ชิงธง
ผู้ชนะเลิศแต่ละรายการของการแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติจะได้รับเงิลรางวัลทีมละ 10,000 บาท นอกจากนั้น ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศของทุกรายการจะได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และสาขาวิศวกรรมอุตสาหการจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รวมมูลค่าสูงถึง 7,200,000 บาท

สำหรับรายละเอียด สามารถอ่านเพิ่มได้จาก TPE Magazine นะครับ หรือสนใจสมัครได้ที่ www.skn.ac.th หรือ ติดต่อ ครูจิรัฏฐ์ แจ่มสว่าง โทรศัพท์/โทรสาร 0-2583-1368 Email: j_jirat@yahoo.com

แล้วเราจะไปเก็บภาพการแข่งขันมาให้ผู้ชมได้ติดตามกันในครั้งต่อๆไปนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

มาหัดใช้โปรโตบอร์ดกัน....

โปรโตบอร์ด (Protoboard ไม่ใช่ Photoboard หรือ Photoshop นะจ๊ะ) หรือฝรั่งมักเรียกอีกชื่อหนึ่งก็คือ Breadboard เป็นอุปกรณ์พื้นฐานคู่กายสำหรับนักทดลองอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นมือเก่า มือเก๋า หรือมือใหม่ แต่สำหรับมือใหม่แล้วอาจจะงงๆว่า เจ้าบอร์ดที่มีรูๆเยอะๆนั้นมีหลักการทำงานอย่างไร วันนี้เราจะมารีวิวและสอนวิธีการใช้งานเจ้าโปรโตบอร์ดกันครับ
โปรโตบอร์ดขนาดมาตรฐาน

โปรโตบอร์ดขนาดเล็ก

โปรโตบอร์ดที่มีขายกันในท้องตลาดมีอยู่หลายขนาดครับ มีทั้งขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก โดยเราสามารถนำบอร์ดหลายๆบอร์ดมาต่อกันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ด้วยนะครับ
ภายในโปรโตบอร์ด

โดยด้านในโปรโตบอร์ดจะมีแผ่นเหล็กหรือแผ่นนำไฟฟ้าเพื่อใช้เชื่อมรูต่างๆบนบอร์ดให้สามารถนำสายไฟมาจั๊มกับรูเพื่อเชื่อมวงจรได้ (คล้ายๆกับการเชื่อมสายไฟบนบอร์ดไข่ปลา หรือการ Route PCB นั้นหล่ะ)

เส้นเชื่อมแนวนอน

เส้นเชื่อมแนวตั้ง


โดยโปรโตบอร์ดจะมีการเชื่อมต่อรูใน 2 แนวครับ คือ แนวนอน(สีแดง) จะอยู่ด้านบนและด้านล่างของบอร์ด(ดังรูป) และแนวตั้ง (สีน้ำเงิน) จะอยู่ 2 ฝั่งตรงกลาง โดยแถวเดียวกันจะเชื่อมถึงกันครับ ดังสีๆที่ลากให้ดูนั้นเอง
การวาง IC DIP และการเชื่อมบอร์ด

และเหตุผลที่แนวตั้ง ต้องแบ่งเป็น 2 ฝั่งก็ใช่ในการเชื่อม IC ประเภท DIP เหมือนในรูปด้านบน (A)ครับ และสิ่งที่ควรระวังคือ โปรโตบอร์ดบางรุ่น ในแนวนอนจะไม่ทำการเชื่อมให้ทั้งเส้น จะตัดตรงการไม่ให้เชื่อมถึงกัน ทำให้บางครั้ง เราต้องทำการเชื่อมเอง ด้วยสายไฟ ดังรูป(B)

ตัวอย่างการใช้โปรโตบอร์ด

ตัวอย่างการใช้งาน ก็ตังรูปเลยครับ ใช้สายไฟจั้มๆจิ้มๆครับ
และสำหรับใครที่ยังไม่มีโปรโตบอร์ดใช้งาน ก็สามารถจัดหาได้จากที่นี่เลยครับ >> www.ezybot.com

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

หุ่นยนต์หรือหุ่นคนกันละเนี่ย...ทำซะเหมือนเชียว !!!


มองผ่านๆอาจจะเอ๊ะ...เอาฝาแฝดมาให้ดูทำไม จริงๆแล้วก็คือฝาแฝดนั้นหล่ะครับ แต่มันเจ๋งตรงที่มันคือ ฝาแฝดหุ่นยนต์ ที่ศาสตราจารย์ Hiroshi Ishiguro และ Henrik Scharfe เป็นผู้ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาทั้ง 3 ตัว ส่วนหุ่นยนต์สาวสวยนั้น เป็นผู้ช่วยวิจัยสาวสวยคนนั้นนั้นเอง

เห็นแบบนี้แล้ว พิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ จะว่ายังไงน๊าาาา....เอ๊าา มาดูรายละเอียดกันนิดนึงครับ
หุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัวนี้ ชื่อว่า Geminoid ที่ถูกพัฒนา โดย ATR Intelligent Robotics and Communication Laboratories ใกล้ๆกรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

หุ่นยนต์ตัวนี้ คือ Geminoid HI-1 ที่อาจารย์ Ishiguro สร้างขึ้นมาเพื่อใช้หุ่นยนต์สอนนักศึกษาแทนเขาในชั้นเรียน โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ สามารถทำให้นักศึกษากลัวได้ ด้วยการ ขยับตา (ทำตาดุๆ) หายใจ และ ทำท่ากระวนนกระวาย และยังสามารถควบคุมทางไกลด้วยระบบควบคุมการเคลื่อนไหวจากทาง และทำให้หุ่นยนต์สามารถพูดเสียงของเขาได้อีกด้วย !!!


(หุ่นยนต์ผู้ช่วยสาวสวย)





วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

การแข่งขันวิ่งมาราธอนสำหรับหุ่นยนต์ 2 ขา ครั้งแรกของโลก !

(การแข่งขันวิ่งมาราธอนสำหรับหุ่นยนต์ 2 ขา)

วันนี้มีการแข่งขันวิ่งมาราธอนสำหรับหุ่นยนต์ 2 ขา มาอัพเดดให้เพื่อนๆได้ติดตามกันครับ สำหรับการจัดการแข่งขันนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกซะด้วย !!!! จัดขึ้นที่เมืองโอซาก้า (Osaka) ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมานี่เอง ... โดยหุ่นยนต์จะต้องวิ่ง ด้วยระยะทางทั้งสิ้น 42.2 กิโลเมตร ในลู่วิ่ง ระยะทาง 100 เมตร จำนวน 422 รอบ

(สนามที่หุ่นยนต์ใช้แข่งขัน)

โดยการแข่งขันครั้งนี้ มีผู้ร่วมแข่งขันทั้งหมด 5 ทีม และทีมที่ชนะเลิศได้แก่ทีม VStone เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 54 ชั่วโมง 57 นาที 50 วินาที เฉือนชนะทีมอันดับ 2 Center for Robotics ที่ตามว่าติดๆ เพียง 1 วินาทีเท่านั้น !!! ส่วนอีก 3 ทีมที่เหลือไม่สามารถเข้าเส้นชัยได้ถึงถอนตัวออกไปก่อน

(ทีม Vstone ชนะไปเพียง 1 วินาทีเท่านั้น! )


รายละเอียดผู้เข้าร่วมจำนวน 5 ทีม ได้แก่
  1. ทีม Vstone (ชนะเลิศ) ใช้หุ่นยนต์ Robovie-PC เข้าเส้นชัย ด้วยเวลา 54 ชั่วโมง 57 นาที 50 วินาที
  2. ทีม Center for Robotics (ทำเวลา 1 รอบ เร็วที่สุด) ใช้หุ่นยนต์ Robovie-PC Lite เข้าเส้นชัย ด้วยเวลา 54 ชั่วโมง 57 นาที 51 วินาที ... แพ้ไปเพียง 1 วินาทีเท่านั้น
  3. ทีม Osaka Institute of Technology A ใช้หุ่นยนต์ Prototype No.2 วิ่งได้ระยะทาง 33.79 กิโลเมตร
  4. ทีม Job Creation ใช้หุ่นยนต์ Robovie-X Lite วิ่งได้ 17.723 กิโลเมตร
  5. ทีม Osaka Institute of Technology B ใช้หุ่นยนต์ DOSRB วิ่งได้เพียง 0.224 กิโลเมตร และรีไทน์การแข่งขันก่อน
(โฉมหน้าผู้ชนะของเรา !)




วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

การออกแบบแขนจับหุ่นยนต์ขั้นเทพ !!!

สำหรับหุ่นยนต์และนักออกแบบหุ่นยนต์ เรื่องที่ท้าทายความสามารถอันหนึ่ง ก็คือ "การหยิบจับวัตถุ" ลองจินตนาการการหยิบไข่ที่(แตก)ตอกไว้บน ไม่ให้มันกระจายเลอะเปอะเปื้อนละก็...คงแทบจะเป็นไปไม่ได้

แล้วถ้าลองออกแบบแขนจับของหุ่นยนต์ที่สามารถจะจัดการกับมายองเนสหรือซอสมะเขือเทสที่หกบนพื้นหล่ะ คุณคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหม? ถ้าคุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้หล่ะก็ ลองคิดดูอีกที....




อุปกรณ์มหัศจรรย์อันนี้ ถูกพัฒนาโดย Furukawa Kiko เพื่อใช้การกระบวนการทำงานของอุตสาหกรรมอาหาร แต่เจ้าของบริษัทก็หัวใจครับ จะเอาเจ้าสิ่งนี้ขยายไปใช้กับงานอื่นๆด้วยเช่นกัน

บางทีเจ้าแขนจับนี้อาจจะได้ความคิดเจ๋งๆมาจากเจ้าสิ่งนี้ก้อเป็นไปได้นะ....




ที่มา http://www.robots-dreams.com/2011/03/the-ultimate-robot-gripper-design-challenge-video.html#more

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

UDP socket Client on Android Phone


วันนี้ได้เขียน app เพื่อทดสอบ การส่งขอมูล ผ่าน UDP protocol ปรากฎว่าเอ๊....เป็นไรว้าาาส่งได้สักพักโปรแกรมมันปิดตัวเองไปดื้อๆๆ เลยที่แลกกะปล่อยเลยไปตามเลยแระ ปรากฎว่าลองเล่ๆ ดูแก้ได้ก็แก้
ก็เริ่มทดสอบเลย อ่าน ค่าจาก LogCat มันก็ขึ้น

ประมาณนี้


เลยลองไปดู code การส่งข้อมูลประมาณนี้
public void sendData(String bufStr) {

try{
serverAddr = InetAddress.getByName(SERVERIP);
socket = new DatagramSocket();

bufTx = bufStr.getBytes();
packet = new DatagramPacket(bufTx, bufTx.length, serverAddr, SERVERPORT);
socket.send(packet);
}catch(Exception e){
}
}

ก็เลยสังเกตเอ๊ DatagramPacket มัน new ตลอดทุกครั้งที่ส่งเลยแหะ
เลยจัดการเลยทุกครั้งที่ส่งเสร็ตให้ทำการปิดตัวเองทุกครั้งด้วย

socket.close();

โอ้วววว สุดยอดครับ คราวนนี้โปรแกรมไม่เคยหลุดอีกเลย หุๆๆๆ รอดตัวไปครังงานนี้

ลองเอาไปประยุคใช้ดูนะครับ สำหรับผู้ที่กำลังเขียน โปรแกรม ผ่าน socket บน android ครับผม :D


วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Relay (รีเลย์) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นเทพ

Relay (รีเลย์)
อ่า คงงงสินะครับ ว่าทำไมต้องเรียกมันว่าอุปกรณ์ขั้นเทพ เพราะว่าพี่เป็ดแก่ชอบอุปกรณ์ตัวนี้สุดๆ มันไม่เคยงอแง เสียก็หาได้โดยง่าย ไม่รวนเร สั่งปุ๊บทำปั๊บ แถมแค่มีรีเรย์ก็สามารถสร้างหุ่นอย่างง่ายได้แล้วนะครับ น้องๆบางคนเคยเล่นรถกระป๋องมาคงจะเคยใช้บ้าง ก็อีตัวเหลืองๆ ที่ตามร้านเข้าบอกว่าติดแล้วมันเป็นเทอร์โบ ไงละครับ น้องๆบางคนอาจจะถึงบ้างอ้อแล้ว แล้วที่ฮากว่านั้นคือ ราคามันไม่ใช่ตัวละ 80-150 อย่าที่ตามร้านแต่งรถกระป๋องบอกอีกด้วย มันถูกสุดๆ จนถ้าน้องรู้แล้วจะร้องจ๊ากกกกกก กันเลยทีเดียว แต่พี่ไม่บอกหรอกครับเดี๋ยวบางคนอาจจะเสียใจที่โดนต้ม จนช็อกตายแล้วพี่เป็ดจะติดคุก ฮ่าๆๆ เอาละเรามารู้จักหลักการทำงานของเจ้า รีเลย์ กันเลยดีกว่านะครับน้องๆ




รูปรีเลย์ และ สัญลักษณ์ของรีเลย์


การทำงานของรีเลย์ คือ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวด จะทำให้ขดลวดเกิดสนามแม่เหล็กไปดึง แผ่นหน้าสัมผัสให้ดึงลงมา แตะหน้าสัมผัสอีกอันทำให้มีกระแสไหลผ่านหน้าสัมผัสไปได้





รูปแสดงสภาวะการทำงานของรีเลย์







รูปด้านล่างของรีเลย์จะแสดงตำแนหน่งขา และ ด้านบนจะแสดงรายละเอียดการใช้งาน


ขาของรีเลย์จะประกอบไปด้วยตำแหน่งต่างๆดังนี้คือ
ขาจ่ายแรงดันใช้งาน ซึ่งจะมีอยู่ 2 ขา จากรูปจะเห็นสัญลักษณ์ขดลวดแสดงตำแหน่งขา coil หรือ ขาต่อแรงดันใช้งาน
ขา C หรือ COM หรือ ขาคอมมอน จะเป็นขาต่อระหว่าง NO และ NC
ขา NO (Normally opened หรือ ปกติเปิด) โดยปกติขานี้จะเปิดเอาไว้ จะทำงานเมื่อเราป้อนแรงดันให้รีเลย์
ขา NC (Normally closed หรือ ปกติปิด) โดยปกติขานี้จะต่อกับขา C ในกรณีที่เราไม่ได้จ่ายแรงดัน หน้าสัมผัาของ C และ NC จะต่อถึงกัน

ข้อคำถึงในการใช้งานรีเลย์ทั่วไป
1. แรงดันใช้งาน หรือแรงดันที่ทำให้รีเลย์ทำงานได้ หากเราดูที่ตัวรีเลย์จะระบุค่า แรงดันใช้งานไว้ (หากใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนมากจะใช้แรงดันกระแสตรงในการใช้งาน) เช่น 12 VDC คือต้องใช้แรงดันที่ 12 VDC เท่านั้นหากใช้มากกว่านี้ ขดลวดภายใน ตัวรีเลย์อาจจขาดได้ หรือหากใช้แรงดันต่ำกว่ามาก รีเลย์จะไม่ทำงาน ส่วนในการต่อวงจรนั้นสามารถต่อขั้วใดก็ได้ครับ เพราะตัวรีเลย์ จะไม่ระบุขั้วต่อไว้ (นอกจากชนิดพิเศษ)

2. การใช้งานกระแสผ่านหน้าสัมผัส ซึ่งที่ตัวรีเลย์จะระบุไว้ เช่น 10A 220AC คือ หน้าสัมผัสของรีเลย์นั้นสามาถทนกระแสได้ 10 แอมแปร์ที่ 220VAC ครับ แต่การใช้ก็ควรจะใช้งานที่ระดับกระแสต่ำกว่านี้จะเป็นการดีกว่าครับ เพราะถ้ากระแสมากหน้าสัมผัส ของรีเลย์จะละลายเสียหายได้

3. จำนานหน้าสัมผัสการใช้งาน ควรดูว่ารีเลย์นั้นมีหน้าสัมผัสให้ใช้งานกี่อัน และมีขั้วคอมมอนด้วยหรือเปล่า

จำนวนหน้าสัมผัสของรีเลย์
ปกติแล้วรีเลย์จะมีหน้าสัมผัสและการเรียกจำนวนหน้าสัมผัสดังนี้ครับ






การนำรีเลย์ไปกลับทางหมุนของมอเตอร์กระแสตรง(DC Motor)

ในการใช้ไอซีไมโครคอนโทรเลอร์เป็นตัวควบคุมการหมุน และทิศทางของมอเตอร์กระแสตรงนั้น เราจะต้องมีส่วนของวงจร ที่เรียกว่าวงจรขับมอเตอร์ (Driver) ในส่วนของวงจรกลับทิศทางของมอเตอร์นั้น สามารถที่จะใช้รีเลย์ต่อวงจร สวิตซ์เพื่อกลับทิศทางของขั้วไฟกระแสตรง หรืออาจใช้อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่เป็นวงจรขับกำลังเช่น ทรานซิสเตอร์ มอสเฟต แล้วแต่วิธีที่เราจะเลือกใช้งาน
จากรูปเป็นการใช้รีเลย์ควบคุมการเปลี่ยนทิศทางการหมุนของมอเตอร์ โดยการควบคุมการปิด - เปิดที่รีเลย์ 2 ตัว ซึ่งจะทำหน้าที่กลับทิศทางของขั้วไฟที่ป้อนให้กับมอเตอร์ โดยการสลับการทำงานของรีเลย์ เช่นให้รีเลย์ตัวที่ 1 ทำงาน (ON) และรีเลย์ตัวที่ 2 หยุดทำงาน (OFF) จะทำให้มอเตอร์หมุนไปทางซ้าย และในทำนองเดียวกันถ้าหากรีเลย์ตัวที่ 1 หยุดทำงาน (OFF) และรีเลย์ตัวที่ 2 ทำงาน (ON) ก็จะทำให้มอเตอร์หมุนไปทางขวา
รูปแสดงการกลับทิศทางของมอเตอร์กระแสตรงโดยใช้รีเลย์
รูปแสดงการใช้ทรานซิสเตอร์เพื่อขับรีเลย์ให้ทำงาน

นอกจากนำรีเลย์มาใช้ขับมอเตอร์แล้วยังใช้ทรานซิสเตอร์กลับทางได้ได้วยนะครับ

จากรูปเป็นวงจรขับรีเลย์โดยใช้ทรานซิสเตอร์ทำหน้าที่ขยายกระแส ด้วยเหตุผลเพราะไม่สามารถจะใช้ขา เอาต์พุตของไมโครคอนโทรลเลอร์ป้อนกระแสไฟที่ขดลวดของรีเลย์โดยตรงได้ เนื่องจากว่ากระแสที่จ่ายออกมาจากขา เอาต์พุตของไมโครคอนโทรลเลอร์มีค่าน้อยเกินไป ดังนั้นเราจึงต้องมีส่วนของวงจรทรานซิสเตอร์เพื่อที่จะทำการขยายกระแสให้เพียงพอในการป้อนให้กับขดลวดของรีเลย์ ส่วนไดโอดนำมาต่อไว้สำหรับป้องกันแรงดันย้อนกลับที่เกิดจากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กในขณะเกิดการยุบตัว ซึ่งอาจจะทำให้ทรานซิสเตอร์เสียหายได้

รูป แสดงการใช้ทรานซิสเตอร์เป็นวงจรขับและกำหนดทิศทางของมอเตอร์กระแสตรง
จากรูปเป็นวงจรลิเนียร์บริดจ์แอมป์ ซึ่งจะประกอบไปด้วยทรานซิสเตอร์กำลัง 4 ตัวที่ทำหน้าที่ขับ และควบคุมทิศทางการหมุนของมอเตอร์ ถ้าหากกำหนดให้ทรานซิสเตอร์ Q1 และ Q4 อยู่ในสภาวะทำงาน (Active) กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านทรานซิสเตอร์จากซ้ายไปขวา โดยผ่านมอเตอร์กระแสตรงทำให้มอเตอร์หมุนไปทางขวา ในทำนองเดียวกันถ้าหากเราทำให้ทรานซิสเตอร์ Q2 และ Q3 อยูในสภาวะทำงาน (Active) กระแสไฟฟ้าก็จะไหลจากทางขวาไปทางซ้ายซึ่งจะส่งผลให้มอเตอร์กลับทิศทางการ หมุนจากทางขวาไปทางซ้าย

รู้เรื่องรีเลย์แล้ว ใช้งานให้ถูกต้องด้วยนะครับ วันนี้ต้องขอลาไปก่อนนะครับ แล้วพี่เป็ดแก่จะเอาสาระดีๆมาสอนน้องๆทำหุ่นอีกนะครับพี่น้อง(รับรองได้เอารีเลย์ไปทำหุ่นแน่นอน พี่จะมาสอนเองเลยสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือ)

เครดิต http://www.saneengineer.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538961013&Ntype=66
http://www.adisak51.com/page21.html